Kyotango and Kami
EP.2 บุกสวน ชมไร่ ชื่นชมวิถีชาวเมืองเคียวตังโกะและคะมิ
141

เรื่องราวส่วนต่อของการเดินทางท่องเที่ยวเมือง “เคียวตังโกะและคะมิ” สองเมืองชายฝั่งทะเลในจังหวัดเกียวโตและเฮียวโงะ โดยครั้งนี้จะนำเสนอในส่วนของเมืองคะมิ ตามเรามาดูกันว่าที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรที่น่าสนใจบ้าง

 

Kami-cho, Hyogo
1. ความอร่อยจากทะเล Kami สู่ตลาดปลายามเช้า 



เมื่อมาถึงญี่ปุ่นแน่นอนว่าเราทุกคนต่างก็นึกถึงความสดของปลาดิบ และวันนี้ถือว่าโชคดีมากที่จะได้มาชมจุดเริ่มต้นของความอร่อย ที่ส่งตรงไปยังร้านอาหารต่างๆ ในจังหวัดเฮียวโงะและจังหวัดใกล้เคียง ที่ที่เราพูดถึงคือตลาดปลาแห่งใหญ่ของเมืองคะมิ มีคนเล่าให้ฟังว่าทะเลย่านนี้มีระดับความลึกไม่เกิน 300 เมตร ทำให้เกิดกระแสน้ำอุ่นที่ไหลอยู่บนผิวน้ำ ไหลมาผสมกับกระแสน้ำเย็นในทะเลญี่ปุ่น ช่วยทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของแพลงก์ตอนจำนวนมาก ผลที่ตามมาคือนอกจากจะเป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุมแล้ว ปลาที่จับได้ยังมีความสมบูรณ์และรสชาติดีด้วย

ตลาดปลาแห่งนี้เริ่มเปิดขายตั้งแต่ประมาณ 07.00 น. โดยชาวประมงจะนำปลามาจัดวางในลังอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ถือไม้ยาวๆ เดินชี้ปลาในแต่ละลังพร้อมพูดส่งเสียงดัง ลักษณะคล้ายกับการประมูลขายของ ส่วนลูกค้าก็จะยืนล้อมวง ใครสนใจและให้ราคาดีกว่าก็ได้ปลาลังนั้นไปเลย บรรยากาศดูสนุกและตื่นเต้นดี










2. Kaeru Jima (Frog Island) 



ชายหาดหนึ่งในจุดชมวิวขึ้นชื่อของเมืองคะมิ จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่เกาะ Kaeru Jima รูปร่างคล้ายกบ นอกจากรูปร่างที่แปลกตาและหาชมได้ยากแล้ว คำว่า Kaeru ในความหมายของญี่ปุ่นแปลว่า “การกลับมา” ด้วยเหตุนี้มีคนกล่าวกันว่าในสมัยก่อนชาวประมงได้อธิษฐานขอให้เกาะ Kaeru Jima ช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย แม้แต่ในปัจจุบันชาวเมืองคะมิก็ยังขอพรเพื่อการกลับมาของสิ่งที่สูญหายไป หรือเพื่อให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยการเขียนคำขอพรลงในแผ่นไม้รูปกบ แล้วนำไปแขวนไว้บนจุดชมวิวที่อยู่ด้านบน ครั้งนี้ที่เรามาเป็นช่วงน้ำลง ทำให้สามารถเดินบนโขดหินเพื่อไปชมเกาะรูปกบได้อย่างใกล้ชิด









สามารถดาวน์โหลด Kami Town Map ได้ที่ : Kami Town Map 


3. สะพานรถไฟ Amarube



 

สะพานรถไฟโครงเหล็กทาสีแดงสายโบราณ Amarube แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2455 สำหรับเส้นทางเดินรถไฟ San in Honsen ในเขตเมืองคะมิ เป็นสะพานที่เชื่อมภูเขาสองลูก มีความสูง 41.5 เมตร และยาว 309 เมตร นอกจากจะเป็นสะพานที่สูงมากแล้ว ยังพิเศษตรงที่ต้องวิ่งผ่านอุโมงค์ด้วย ช่างเป็นความมหัศจรรย์ที่หาชมได้ยาก ลองคิดดูว่าในสมัยนั้นการก่อสร้างสะพานรถไฟที่ความสูงระดับนี้แถมยังต้องเจาะอุโมงค์ จะมีความอยากลำบากแค่ไหน ฟังแล้วก็น่าลองนั่งรถไฟสายนี้ดูสักครั้ง นั่งชมวิวมุมสูง ที่มองเห็นภาพท้องทะเลตัดกับภาพอาคารบ้านเรือนของคนญี่ปุ่น ดูแล้วสวยงามประทับใจจริงๆ นับถือความสามารถของบรรพบุรุษชาวคะมิเลย

แม้ปัจจุบันสะพานแห่งนี้จะถูกแทนที่ด้วยคอนกรีตเพราะโครงเหล็กเริ่มชำรุด แต่มนต์เสน่ห์รวมทั้งเรื่องราวความประทับใจยังคงอยู่ รอให้ทุกท่านไปสัมผัสและชื่มชมความสวยงามของบรรยากาศที่หาชมได้ยาก


















4. Daijyo-ji Temple



วัด Daijyo-ji หรืออีกชื่อที่ชาวคะมิเรียกว่า Ohkyo-ji ก่อตั้งเมื่อประมาณ 1,250 ปีที่แล้ว ความพิเศษของที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักของคนทั้งญี่ปุ่นคือ ความสวยงามของภาพวาดโบราณกว่า 165 ภาพบนประตูบานเลื่อนภายในวัด แม้ปัจจุบันจะเป็นเพียงภาพจำลองที่ก๊อบปี้มาก็ตาม (บางภาพก็เป็นของจริง) แต่ความสวยงามไม่ได้ลดน้องลงเลย ทุกภาพวาดโดย Ohkyo Maruyama และตระกูลของเขา แต่ละภาพจะเน้นเป็นภาพวาดธรรมชาติ อาทิ อ่าว Kasumi และแม่น้ำ Yadagawa รวมถึงภาพวาดเด็กกับใบตอง ฝูงลิง และนกยูงทอง การเข้าชมภายในอาคารทางเจ้าหน้าที่เขาห้ามถ่ายภาพทุกชนิด บริเวณภายนอกมีความสวยงามของธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ โดยเฉพาะหากใครมาช่วงซากุระ ด้านหน้าวัดมีต้นซากุระปลูกไว้หลายต้น เวลาบานเขาว่ากันว่าสวยงามน่าชม นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมวาดภาพด้วยพู่กันญี่ปุ่น วาดรูปพระที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Ohkyo มีคอร์สเรียนชงชา นอกจากนั้นยังสามารถเช่าชุดกิโมโนสำหรับเดินชมบรรยากาศรอบๆ หรือถ่ายรูปเล่นสร้างความประทับใจเก็บไว้เป็นที่ระลึก




















 

Daijyo-ji Temple
โทร. 0796-36-0602 
เปิดบริการ ทุกวัน 09.00-16.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 15.40 น.) 
ราคา ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 800 เยน, เด็ก 500 เย็น, คอร์สวาดรูปพระญี่ปุ่นด้วยปากกาพู่กัน (45 นาที-2 ชั่วโมง) 1,000 เยน, คอร์สเรียนวิธีชงชา (30 นาที-1 ชั่วโมง) 1,000 เยน, ค่าเช่าชุดกิโมโน (1-3 ชั่วโมง) 3,000 เยน
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/ohkyo.daijyoji  
เว็บไซต์ www.daijyoji.or.jp 

อ่านต่อ >> EP.1 บุกสวน ชมไร่ ชื่นชมวิถีชาวเมืองเคียวตังโกะและคะมิ 

Top