Nikko (日光)
ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ นิกโก้ เมืองมรดกโลก
461

เปลี่ยนที่นอนออกไปเที่ยวนอกโตเกียวสักคืน ไปพักที่เมืองนิกโก้ (Nikko) จังหวัดโทชิงิ (Tochigi) เมืองมรดกโลกที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก ที่สำคัญตอนนี้ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้วด้วย (นักเขียนเดินทางช่วงสิ้นเดือนตุลาคม) บอกเลยว่าสำหรับใครที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมโบราณ เมืองนิกโก้คือคำตอบสุดท้าย เพราะนอกจากจะเดินทางไม่ไกลจากโตเกียวแล้ว ที่แห่งนี้ยังมีความสวยงามและสมบูรณ์แบบของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่หาชมยากอีกด้วย

จากโตเกียวแนะนำให้ออกเดินทางช่วงบ่ายๆ เพื่อมาถึงที่นี่ช่วงเย็น และแวะเข้าที่พักที่จองเอาไว้ เราเลือกพักที่โรงแรม Hotel Famitec Nikko (คืนละ 10,990 เยน) อยู่ไม่ไกลจากสถานีโทบุนิกโก้ สามารถเดินมาได้ ฝั่งตรงข้ามโรมแรมมี Family Mart สะดวกสบายดี นอนพักเอาแรงเพื่อออกเดินทางเที่ยวกันแต่เช้าตรู่ สัมผัสกับอากาศยามเช้าที่สดใส เช้านี้เราวางแผนเที่ยวเฉพาะเขตบริเวณมรดกโลก ตามที่เราซื้อตั๋ว Nikko Pass World Heritage Area ไว้ ซึ่งรวมค่ารถบัสเที่ยวได้เฉพาะเขตบริเวณนี้เท่านั้น แต่ถ้าใครนึกอยากเปลี่ยนใจออกไปเที่ยวที่อื่นก็จ่ายค่ารถบัสเพิ่มเองได้

 

สะพานชินเคียว

 

สะพานแดง

 

ประตูไปวัดสีทอง

 

จุดหมายปลายทางแรกของเราคือ สะพานชินเคียว สะพานไม้โค้งสีแดง ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจุดนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเลย เพราะมันสวยและน่าประทับใจสุดๆ หลังจากที่ถ่ายรูปกับสะพานชินเคียวจนเต็มอิ่มแล้วก็ออกเดินขึ้นเขาตรงบริเวณที่มีป้านหินสลักชื่อ World Heritage เพื่อไปชมวัดนิกโก้ซังรินโนจิ (ไทยูอิน) ตอนที่ไปเขาปิดปรับปรุงทำให้เราอดเข้าไปชมความงามภายในวัด แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะระหว่างทางเราก็เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสี สีส้มสีแดงอย่างใกล้ชิด

 

สะพานชินเคียว

 

เจดีย์ห้าชั้น โกจูโนโตะ

 

รูปปั้นลิง

 

อาคารรูปปั้นลิง

 

รูปปั้นแมว

 

จากวัดนี้เดินต่อไปอีกนิดก็จะถึงสถานที่ที่เป็นสุดยอดไฮไลต์ของเมืองนี้ นั่นก็คือ ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ ตื่นตากับศาลเจ้าเรือนไม้สีทอง (ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,300 เยน, เด็ก 450 เยน) และในเขตพื้นที่บริเวณทางเข้ามีเจดีย์ห้าชั้น โกจูโนโตะ ให้ได้ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ พอซื้อบัตรเข้าชมแล้วเดินขึ้นบันไดเพื่อเข้าไปชมศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ จุดเช็กอินแรกที่ต้องแวะชมและถ่ายรูปคือ ภาพไม้แกะสลักรูปลิงปิดหู ปิดตา และปิดปาก เป็นศิลปะการแกะสลักไม้ที่ใช้ประดับตัวอาคารที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ หากมองอย่างลึกซึ้งจะพบหลักคำสอนทางพุทธศาสนา บรรยากาศภายในศาลเจ้าแห่งนี้ล้วนอร่ามเรืองรองไปด้วยสีทองจากตัวอาคาร แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดึงดูความน่าสนใจของเรามากกว่าก็คือ ความน่ารักของรูปไม้แกะสลักรูปแมวหลับ ตัวสีขาวลายดำ ซึ่งใครจะไปคิดว่าในสถาปัตยกรรมแบบนี้จะมีการใช้รูปแมวมาประดับ ส่วนมากที่เห็นก็จะเป็นลวดลายมังกรอะไรพวกนี้ ใครแวะไปลองหาดูนะว่าอยู่ตรงไหน เพราะกว่าเราจะหาเจอก็เดินวนอยู่หลายรอบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

Yuba Ramen

 

ก่อนกลับเข้าโตเกียวขอแวะเติมพลังด้วยอาหารมื้อเย็น ร้านที่เราเลือกอยู่ใกล้ๆ กับสะพานชินเคียว เพราะต้องเดินกลับมาขึ้นรถบัสไปสถานีโทบุนิกโก้ตรงนี้ เมนูอาหารขึ้นชื่อของที่นี่เป็นเต้าหู้ มีคนบอกว่าเต้าหู้เมืองนี้รสชาติอร่อย แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาอยู่ในรูปของราเมง อย่าง Yuba Ramen เมนูฝากท้องของเรา น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม เส้นราเมงเหนียวนุ่ม ความเป็นเต้าหู้อยู่ที่เครื่องเคียงก้อนกลมๆ สีเหลือง เสิร์ฟมา 2 ก้อน ใส่แทนหมูชาชู มันคือฟองเต้าหูพันม้วนแน่นๆ มีความหอมของเต้าหู้อ่อนๆ กำลังน่ากิน จำได้ว่ามื้อนั้นซดหมดชาม เดินพุงกางกลับเข้าโตเกียวอย่างมีความสุขที่สุด

 

Nikko Pass World Heritage Area

ที่สถานีอาซากุสะ ตึก Tobu Skytree Line ชั้น 1 เป็น Information และที่ขายตั๋ว Nikko Pass แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบ Nikko Pass World Heritage Area เป็นตั๋วเหมารวมค่ารถไฟไป-กลับและรสบัสเที่ยวเฉพาะบริเวณมรดกโลก เมืองนิกโก้ โดยสามารถเลือกเวลาเดินทางของรถไฟได้ทั้งขาไปและขากลับ ราคาตั๋วขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เดินทาง ราคาเฉลี่ยประมาณ 4,320 เยน (ผู้ใหญ่) และ 1,760 เยน (เด็ก) แต่ถ้าใครอยากเที่ยวทั่วเมืองนิกโก้ก็ให้ซื้อตั๋วแบบ Nikko Pass All Area ได้

 

การเดินทาง

ใช้ Tokyo Metro Ginza Line (สีส้ม) ไปลง Asakusa Station หันหน้าออกจากหน้าวัดเซนโจจิ เดินไปทางด้านซ้ายมือจะเห็นสถานีอาซากุสะ (ตึก Tobu Skytree Line) จากสถานีนี้ให้ใช้ Tobu Skytree Line ขบวน Express ไปลง Tobu Nikko Station หลังจากนั้นนั่งรถบัสที่หน้าสถานีโทบุ นิกโก้ สาย 2A หรือ 2C ลงป้ายเบอร์ 7 (Shinkyo) ป้ายนี้ใกล้กับสะพานชินเคียว (Shinkyo)

MAP Nikko

 

อ่านต่อ >>> Kawagoe หนึ่งวันในคาวาโกเอะ "ลตเติ้ลเอโดะ" สวยได้ใจใกล้โตเกียว

อ่านต่อ >>> Tokyo It's So Cool เที่ยวโตเกียวนอกกรอบ

อ่านต่อ >>> Japanese Fall Sweets กินขนมชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบคนญี่ปุ่น

 

 

 

Top